Wednesday, March 19, 2025

นิทาน

 นิทานเงือกน้อยผจญภัย

https://baby.kapook.com/view255432.html

นิทานอีสป เรื่อง จิ้งจอกกับแพะ

https://baby.kapook.com/view278059.html

การเรียนครั้งที่12

การเล่นสำหรับเด็กคือ การแสดงออกทางกายภาพ ผ่านประสบการณ์ และจินตนาการ ของตัวเด็ก ผสมผสานทักษะการสื่อสาร สะท้อนออกมาเป็นรูปแบบของการเล่น ทั้งเล่นคนเดียว และเล่นเป็นกลุ่ม ดังนั้น การเล่นจึงเป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างทักษะ และ ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ได้ง่ายที่สุด ผู้ปกครองหลายคนจึงรู้ว่าการเล่นนั้น มีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก และ มีประโยชน์มากมาย แต่โดยปกติ เรามักจะไม่ค่อยเชื่อมโยงการเล่น กับการเรียนรู้ เลยอาจจะมีบางครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ โดยเน้นให้เวลากับการพัฒนาทักษะทางวิชาการ มากกว่าการเล่น เช่น การฝึกจำตัวอักษร การนับ การอ่าน การเขียน ฯลฯ ในบางครอบครัว ที่มีผู้สูงอายุเป็นผู้ดูแลเด็ก บ่อยครั้งที่มีผู้ปกครองมาปรึกษาครูแหม่ม ก็จะพบเจอกับปัญหาเดียวกัน คือ ปู่ ย่า ตา ยาย จะคอยห้ามปรามไปเสียทุกอย่าง เมื่อเด็กจะรื้อหรือเล่นอะไร เพราะอาจต้องคอยตามเก็บของเล่นอยู่ตลอดเวลา และเขาอาจจะมีความเชื่อว่า การเล่นของเด็ก เป็นเพียงการเล่นเพื่อให้ได้ความสนุกสนาน ไม่ได้ความรู้อะไร และไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของการเล่นสำหรับเด็กวัยอนุบาล ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการเรียนรู้ผ่านการเล่นมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็กอย่างแท้จริง

พัฒนาการเด็ก คือ กระบวนการเปลี่ยนแปลงลักษณะและพฤติกรรมที่มีทิศทางและรูปแบบที่แน่นอน จากช่วงระยะเวลาหนึ่งไปสู่อีระยะหนึ่ง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ จนสู่วุฒิภาวะ ซึ่งก็คือ การบรรลุถึงขั้นการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ของบุคคลในระยะใดระยะหนึ่ง และพร้อมที่จะทำกิจกรรมอย่างนั้น ทำให้เพิ่มความสามารถของบุคคล ให้ทำหน้าที่ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถทำหน้าที่ที่สลับซับซ้อนยุ่งยากได้ ตลอดจนเพิ่มทักษะใหม่และความสามารถในการปรับตัวต่อภาวะใหม่ของบุคคลผู้นั้น

Wednesday, March 12, 2025

การเรียนครั้งที่11

การเรียนรู้แบบมอนเตสซอรี่ (Montessori Approach)

 

ความเป็นมา 

            มอนเตสซอรี่เป็นแนวทางการศึกษาหนึ่งที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้ความสำคัญกับศักยภาพของแต่ละบุคคล พัฒนาเด็กอย่างเป็นองค์รวมทั้งทางด้านสติปัญญา ร่างกายจิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเริ่มต้นโดย แพทย์หญิงมาเรีย มอนเตสซอรี่ แพทย์ชาวอิตาเลียน วันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2450 หรือ ค.ศ. 1907 เป็นวันเริ่มเปิดโรงเรียนแห่งแรกของแพทย์หญิงมาเรีย มอนเตสซอรี่ (Casa dei Bambini โดยมอนเตสซอรี่ช่วยเหลือในการจัดการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสกลุ่มหนึ่ง และโรงเรียนแห่งนี้ คือจุดเริ่มต้นของการศึกษาแบบมอนเตสซอรี่

            มอนเตสซอรี่ สังเกตเด็กในสภาพที่เป็นจริงของเด็ก ไม่ใช่สภาพที่ผู้ใหญ่ต้องการให้เด็กเป็น จากการสังเกตเชิงวิทยาศาสตร์ ดังกล่าว จึงได้พัฒนาวิธีการสอน การจัดเตรียมสิ่งแวดล้อม และอุปกรณ์การสอนต่าง ๆขึ้นมา และนำแนวคิดนี้มาจัดการศึกษาให้กับเด็กอย่างจริงจังที่โรงเรียน Casa dei Bambini จนทำให้เกิดความเข้าใจตัวเด็ก และได้พัฒนาวิธีการสอนให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น วิธีการสอนแบบมอนเตสซอรี่ได้แพร่หลายไปทั่วโลกมาเป็นเวลา 100 กว่าปี จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากการสอนแบบมอนเตสซอรี่สามารถนำไปใช้ได้กับเด็กทุกกลุ่มทุกยุค และทุกสมัย

แนวคิดการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบมอนเตสซอรี่

            การสอนแบบมอนเตสซอรี่ เป็นแนวคิดที่คำนึงถึงเด็กเป็นหลัก จัดการเรียนการสอนตามความสนใจ ความต้องการและการมุ่งมั่นตั้งใจในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เด็กมีโอกาสแก้ไขข้อผิดพลาด นำข้อผิดพลาดดังกล่าวมาพิจารณา และวิเคราะห์เพื่อแสวงหาวิธีการที่ดีที่สุดจนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองภายใต้ความมีอิสระ เด็กได้ใช้จิตของตนในการซึมซับสิ่งแวดล้อมรอบตัวเกิดความอยากรู้อยากเห็น และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจนเด็กเกิดการพัฒนาการทุก ๆ ด้าน การสอนแบบมอนเตสซอรี่สามารถพัฒนาเด็กตั้งแต่วัยทารกจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทุกกลุ่ม ทั้งเด็กที่มีความต้องการพิเศษ และเด็กปกติ

วิธีการสอนตามแนวคิดมอนเตสซอรี่ เริ่มจาก การสังเกตเด็ก ศึกษาพัฒนาการ ความต้องการ และความสนใจของเด็ก โดยคำนึงว่า...

            1. เด็กทุกคนมีความแตกต่าง

            2. เด็กมีความอยากรู้อยากเห็น และจะแสวงหา

            3. ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอ

            4. เด็กอยากทดลอง

            5. เด็กอยากเรียนรู้กิจกรรมใหม่ ๆ

            6. ความสนใจของเด็กเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ และพัฒนาการ

 

หลักการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบมอนเตสซอรี่ 

            1เด็กควรได้รับการยอมรับนับถือ (Respect for the Child) เด็กควรได้รับการยอมรับนับถือในสภาพที่แตกต่างไปจากผู้ใหญ่และได้รับการยอมรับว่าเด็กแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะ และมีความแตกต่างกัน ดังนั้น ควรจัดการศึกษาให้เด็กแต่ละคนตามความสามารถ และความต้องการตามธรรมชาติของเขา โดยการพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้สัมพันธ์กับพัฒนาการและความต้องการของเด็ก

            2เด็กมีจิตที่ซึมซับได้ (Absorbent Mind) จิตของเด็กเปรียบเหมือนฟองน้ำ และสามารถซึมซับข้อมูลต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเข้าไปในจิตของตนเองได้ กระบวนการนี้จะเห็นได้ชัดจากการที่เด็กสามารถซึมชับภาษาที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของเด็กได้เองโดยไม่ต้องมีการสอนอย่างเป็นทางการ

            3ช่วงวิกฤติแห่งการเรียนรู้ (Sensitive Periods) เด็กในวัยปฐมวัยเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการเรียนรู้ โดยเด็กสามารถเรียนทักษะเฉพาะอย่างได้ดีในช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้น ครูจึงควรสังเกตเด็ก และใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับช่วงวิกฤติแห่งการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน    

            4การเตรียมสภาพแวดล้อม (Prepared Environment) เด็กเรียนรู้ได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่ได้จัดเตรียมไว้อย่างมีจุดมุ่งหมาย และเปิดโอกาสให้เด็กมีอิสระในการทำกิจกรรมในสภาพแวดล้อมที่จัดเตรียมแล้วนั้น เด็กจะมีโอกาสทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความสนใจของตนเอง ซึ่งทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ในสิ่งที่ทำ

            5การศึกษาด้วยตนเอง (Self-Education) จากการมีอิสระในสิ่งแวดล้อมที่จัดเตรียมไว้แล้วอย่างสมบูรณ์เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และเรียนรู้ระเบียบวินัยของชีวิตผ่านการมีอิสรภาพในการทำงาน มีโอกาสแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเอง และมองเห็นความสามารถในการศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเองภายใต้สถานการณ์ที่กำหนดให้ ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นใจในตนเอง ตลอดจนการให้ความร่วมมือในกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป





เทคนิคการสอน

สื่อ

เพลง

คำคล้อ

ปริศนาคำทาย

เด็กอนุบาลเรียนรู้อย่างไร

ประสบการณ์

วิธีการเรียรู้

โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยการเล่น 

เพลงเด็ก เพลงไม่ใช่ลูกลิง

เพลงเด็ก เพลงไม่ใช่ลูกลิง
เอามือวางไว้ที่หัวช่างหน้ากลัวหน้ากลัวจริงๆ
เอามือวางไว้ที่ไหล่ช่างไฉไลไฉไลจริงๆ
เอามือวางไว้ที่อกช่างตลกตลกจริงๆ 
เอามือวางไว้บนตักช่างน่ารัก น่ารักจริง ๆ
เด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน พวกเราทุกคน.ไม่ใช่ลูกลิง

Wednesday, March 5, 2025

การเรียนครั้งที่10



การจัดการเรียนการสอนในเด็กปฐมวัยเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่เด็กมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งในด้านการเรียนรู้ทางวิชาการและทางอารมณ์ ดังนั้นการเลือกใช้ทฤษฎีหรือวิธีการสอนที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีให้กับเด็กๆ และสามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Project Approach เป็นหนึ่งในวิธีการสอนที่ได้รับความนิยมมากในการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กปฐมวัย เพราะมันให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้และสามารถเชื่อมโยงกับความสนใจของพวกเขาเองได้อย่างดี วิธีนี้จะเริ่มจากการสำรวจสิ่งที่เด็กๆ สนใจในชีวิตประจำวันและสร้างโอกาสให้พวกเขาเลือกหัวข้อที่ต้องการศึกษาหรือค้นคว้าเพิ่มเติม โดยผ่านการอภิปรายและการลงมติกันภายในห้องเรียน ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆ รู้สึกมีส่วนร่วมและตัดสินใจร่วมกันกับเพื่อนๆ

นอกจากนี้ การเลือกกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์และกิจกรรมประดิษฐ์เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญ เพราะเด็กจะได้พัฒนาทักษะการใช้มือและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาอารมณ์และจิตใจของเด็กในวัยนี้ โดยกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกันเป็นทีม และการพัฒนาความสามารถในการแสดงออกผ่านศิลปะ

การจัดกิจกรรมในลักษณะนี้จะช่วยให้เด็กมีความสุขกับการเรียนรู้และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตจริงได้ โดยไม่เพียงแค่จำข้อมูล แต่ยังสามารถอธิบายหรือเล่าให้ผู้ปกครองฟังได้ว่าเด็กๆ ได้เรียนรู้อะไรบ้างในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้ผู้ปกครองสามารถเห็นการพัฒนาของเด็กและเข้าใจว่าการเรียนรู้ของพวกเขาก้าวหน้าไปในทางไหนบ้าง








 

การเรียนครั้งที่9

คลิปวิดีโอการสอน

 https://drive.google.com/drive/folders/1a7gfcOE4L7ChUPmui69T-tlosS1Z0Dmf?usp=sharing

Saturday, March 1, 2025

การเรียนครั้งที่8

 

 ในการเรียนครั้งนี้อาจารย์ให้สื่อ การทำ สื่อคำคล้องจอง เป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างทักษะภาษาและการออกเสียงของเด็กๆ โดยการใช้คำที่มีเสียงคล้องจองกัน เพื่อให้เด็กจำได้ง่ายและสนุกกับการเรียนรู้ คำคล้องจองสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนในหลายหัวข้อ เช่น ยานพาหนะ, ความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะ หรือการเดินทาง

นิทาน

 นิทานเงือกน้อยผจญภัย https://baby.kapook.com/view255432.html นิทานอีสป เรื่อง จิ้งจอกกับแพะ https://baby.kapook.com/view278059.html